แปรปรวน

posted on 25 Mar 2012 15:20 by traweller
กลับมาปัดฝุ่นบล็อกสักที
ทำไมถึงทิ้งร้างไปนานขนาดนี้
ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

อาจจะเพราะน้ำท่วม
ที่สุดท้ายแล้วบ้านฉันก็รอด
แต่ทำเอาเครียดไปเป็นเดือนๆ

อาจจะเพราะหมาป่วย
หมาที่ฉันเก็บมาเองจากคณะ
หมาหน้าทู่ๆ ตลกๆ
และมีดวงตาสุกใสอยู่เสมอ
หมาที่กระดิกหางเป็นวงกลม
หมาที่ร้องจิ๊บๆ ได้เหมือนนก
แต่หอนด้วยเสียงทุ้มกว้างเหมือนวัว
หมาที่เวลาเห็นฉันแล้วดีใจ
เหวี่ยงหางฟาดรถดังปั้กๆๆ
..
มันเริ่มป่วยมาตั้งแต่ตอนที่ฉันอยู่เกาหลี

นี่อาจเป็นอีกเหตุผลที่ฉันกลับมา
เพื่อดูแลมัน ที่ไม่เห็นเหมือนหมาป่วยตรงไหน
แต่ก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

มันอยู่ต่อมาได้อีกสามเดือนนิดๆ
ฉันร้องไห้มากมาย
และนั่งลูบมันจนกระทั่งตัวเริ่มแข็ง
ถึงตอนนี้ผ่านไปแล้วเกือบสี่เดือน
บางวันฉันก็ยังร้องไห้อยู่
และยังทักถามมันว่าเป็นไงบ้างอยู่เหมือนเดิม

มันเป็นหมาตัวโปรดของฉันจริงๆ
และฉันก็คิดว่า
ฉันคงไม่มีทางหาหมาหน้าตลกแบบนี้ได้อีก
 
เล่าย้อนไกลไปแล้ว ..

เมื่อวานเป็นวันที่ฉันอารมณ์ปรวนแปรมาก
มันเริ่มจากฝนตก
แน่นอนว่าฉันต้องดีใจ
ฉันดีใจทุกครั้งล่ะที่เจอฝน
ถ้าฝนตกตอนไม่มีร่ม
อาจจะดีใจน้อยหน่อย
แต่ก็ดีใจอยู่ดี
 
แล้วฉันก็อยากกินแกงเต้าหู้ของเกาหลี
ไม่เกี่ยวกับฝน แค่อยากกินมาหลายวัน
ถ้าอากาศร้อนก็ต้องกินอะไรร้อนๆ
คนเกาหลีชอบบอก
มันเกี่ยวกับเรื่องหยินหยาง
ที่ฉันคงจะไม่เล่าตรงนี้ เพราะขี้เกียจ ..
แต่นั่นแหละ ฉันเลยนึกถึงแกงเต้าหู้
แถมบังเอิญเดินเจอร้านอาหารเกาหลี
พลิกเมนูหน้าร้านดู ไม่เห็นมี
ถามพนักงาน เขาบอกว่ามีแต่แกงกิมจิ
"ใส่เต้าหู้นะคะ" แต่ว่ามันคนละรสกันนะคะ
เรื่องมากอีกฉัน เหอๆ เลยอดกิน
ตอนนั้นเริ่มจ๋อยนิดหน่อยแล้ว
 
หิ้วท้องว่างๆ เดินไปเดินมา
ทุกร้านเต็มไปด้วยคน เต็มไปด้วยเสียง
คิดถึงร้านที่เงียบๆ
แต่ว่ามันไม่มีอยู่ที่นี่

ฉันอยากซื้อเค้ก
เค้กที่เป็นเค้ก ไม่ใช่เค้กที่เป็นครีม หรือมูส
แต่ก็หาไม่ได้
เดี๋ยวนี้เขาต้องทำเป็นมูสกันทั้งนั้นมั้ง
สุดท้ายได้ชูครีมขนาดยักษ์มาแทน
 
ตอนขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน
จู่ๆ ฉันก็เกิดจะเหงา
และคิดถึงเกาหลีขึ้นมาจับใจ
อยู่ที่นี่แล้วฉันเบื่อ
อากาศร้อนน่ะไม่เป็นไร
แต่เบื่อที่ไม่รู้จะไปไหน
ไม่มีที่ที่อยากไป
ไม่ได้ไม่ชอบอะไร
แต่ก็ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ
หรือถึงฉันคิดจะเดิน
จากบ้าน ไปแม่น้ำ
หรือจากสยาม กลับบ้าน
ถนนตอนกลางคืนก็น่ากลัวเกินไป
หรือถึงจะเป็นตอนกลางวันก็เถอะ
 
ถนนบางสาย ฉันต้องผ่านทุกวัน
แต่ก็ไม่ได้ผูกพันอะไรกับมัน
เหมือนที่ฉันรู้สึกกับทางไปฮงแดหรือแม่น้ำฮันเลย
ฉันคงจะป่วย
หรือไม่ก็บ้าไปแล้ว

พอถึงบ้าน ฉันก็นั่งกินๆๆ
ข้าว น้ำหวาน ไอติม รวมถึงชูก้อนโตนั้นด้วย
อย่างกับว่าจะบำบัดตัวเองด้วยอาหาร
แต่มันก็ได้ผลนะ ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาเยอะเลย

กินเสร็จหยิบหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม
คิดว่าจะอ่าน
แต่สมองมันคิดไปไกล เรื่องโน้นเรื่องนี้
จ้องหนังสือหน้าเดิมเป็นชั่วโมง
แต่ไม่เห็นรู้ว่าหน้านั้นเขียนว่าอะไร
 
คิดถึงปลาหมึก ..
ถึงตรงนี้ทุกคนคงเดาได้
ว่าฉันกำลังจะเพ้อแล้ว เหอะๆ
 
ฉันก็คิดถึงปลาหมึกทุกวัน ทุกวัน นั่นแหละ
และก็มากขึ้น มากขึ้น ด้วย
ยิ่งตอนนี้โน้ตบุ๊คฉันเสีย
อย่าว่าแต่คุยกันเลย
แค่จะตามหาข่าวคราวของปลาหมึก
นั่นก็ลำบากแล้ว

แล้วฉันก็คิดไปจนว่า
ถ้ายังไม่มีคอม ไม่มีเนตแบบนี้ไปเรื่อยๆ
ฉันก็คงค่อยๆ หายไปจากโลกของปลาหมึกสินะ
โอว เพ้อจริงๆ

พอคิดแบบนั้น
เลยร้องไห้ออกมานิดนึง แล้วก็หยุด
แล้วก็ร้องอีกนิดนึง แล้วก็หยุด
แล้วก็อีกนิดนึง แล้วก็หยุด
สามรอบ .. ช่างบ้าบอ
จนต้องบังคับตัวเองไปนอน
และยังโชคดีที่คืนนี้หลับได้

พอวันนี้ตื่นขึ้นมา
ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า
ทำไมเมื่อวานถึงอารมณ์ขึ้นลงได้ขนาดนั้น
แค่ไม่ได้กินแกงเต้าหู้
ทำไมฉันลากมันมายาวขนาดนั้น
 
ไม่รู้ล่ะ
ในหน้าร้อนนี้ฉันต้องไปภูเก็ตให้ได้
หรือถ้ามันไม่ได้จริงๆ
ก็ขอให้ได้ไปทะเลที่ไหนสักที่
ได้ไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง
มันคงจะทำให้อะไรดีขึ้น
หรืออีกอย่างคือทำให้ฉันเวิ่นเว้อน้อยลง
นะ หวังว่า
 
 
 
ป.ล. ช่วงนี้ฉันฝันทุกวัน
แต่พอตื่นมากลับจำอะไรไม่ได้
ผิดปกติมาก
ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย

Comment

Comment:

Tweet

เธอรีบบินไปเกาหลีเลย เดี๋ยวเธอก็หางานที่นั่นได้
บางทีฉันก็นึกอิจฉานะ อยากจะเก่งภาษาเกาหลีเท่าเธอ
แต่คงช้าไปแล้วเนอะ
ไม่เป็นไร ฉันจะขยันๆ เก็บตังค์แล้วไปเที่ยวแทน
ถึงจะไม่รู้ว่าเมื่อไรก็เถอะ แต่คนเราต้องมีความหวัง ฮ่าๆ

ฉันไม่ได้เบื่อกรุงเทพฯ นะ
แต่ฉันก็คิดถึงโซลด้วย
ฉันอยากอยู่ทั้งกรุงเทพฯ และโซลในคราวเดียวกันน่ะ

ขอบคุณเรื่องหมาด้วยนะ
อันที่จริงมันก็ไม่สั้นหรอก ตั้งเจ็ดปีแน่ะ
ฉันพยายามจะนึกถึงตอนที่มันเด็กๆ
แต่สุดท้ายก็นึกออกแต่ตอนที่มันเริ่มไม่สบายแล้ว
ฉันเลยเสียใจและเสียดาย
ว่าทำไมไม่เล่นกับมันให้เยอะๆ กว่านี้อะ
(แต่พอคิดอีกที ก็เล่นเยอะอยู่แล้วนี่นา sad smile)

#3 By นักทางเดิน on 2012-04-02 06:15

ฉันเสียใจด้วยนะ
เรื่องหมาตัวน้อยของเธอ
แต่เป็นโชคดีของเธอ ทั้งหมา
ที่มีวาสนามาพบกัน และอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาหนึ่งนะ...
แม้มันจะสั้นๆก็ตามเถอะ big smile

#2 By in the mood for love on 2012-03-31 10:19

ฉันเข้าใจเธอดี
แถวๆนี้ไม่มีอะไรเดินแล้ว
ประทับใจ เป็นแรงบันดาลใจเลย
ฉัน่าจะเลิกๆๆๆ หางานที่ไทยให้หมด แล้งรีบๆบินไปเกาหลีได้แล้ว
ไม่รู้จะทรมานตัวเองทำไม

เธอจ๋า

อาการของเธอ ต้องกลับไปที่ชอบๆล่ะ
วันนั้นฉันก็เป็น เห็นร้านกาแฟร้านนึง น่าเข้ามากตรงสามย่าน แต่พอเข้าไปจริง เป็นคนละเรื่อง ผิดหวัง หงุดหงิด เบื่อกรุงเทพฯ จนร้องไห้ออกมาเลยล่ะ

อาการหนักใช่ไหมล่ะ

#1 By in the mood for love on 2012-03-31 00:56